นั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกล ออฟฟิศ ซินโดรม

ออฟฟิศ ซินโดรมถือเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตของของคนที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์หรือใช้ tablet,
สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ซึ่งกลุ่มอาการนี้มักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานเป็นส่วนใหญ่
โดยเฉพาะคนที่ชอบทำงานโดยนั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
โดยไม่ค่อยได้ขยับร่างกายไปไหน ซึ่งหากปล่อยให้อาการนี้เป็นต่อไปเรื่อยๆ
อาจถึงขั้นรุนแรงจนเรื้อรัง ก็จะรักษาหายยาก จนรักษาด้วยยาไม่ได้
และอาจถึงขั้นผ่าตัดได้ วันนี้เราจึงนำวิธีป้องกันโรคนี้มาฝากทุกท่านได้นำไปใช้กัน
เนื่องจากใน 1 วัน เรามักอยู่ในท่านั่งเป็นส่วนใหญ่ การเริ่มต้นดูแลตัวเองเพื่อป้องกัน
ออฟฟิศซินโดรม จึงต้องมาเริ่มจากการนั่งให้ถูกต้อง เพราะท่านั่งที่ดี
รวมไปถึงการจัดของใช้ต่างๆ ให้หยิบจับได้สะดวก โดยอยู่ในท่าทางที่เหมาะสม
ก็จะทำให้ป้องกันอาการโรคนี้ได้ ซึ่งท่านั่งที่ถูกต้องนั้นทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1. จอคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้อยู่ระดับเดียวกับสายตา โดยห่างจากตา 12-18 นิ้ว(ถ้าจอแบน)
2. รักษาระดับของหัวไหล่ โดยไม่ยกไหล่ขณะพิมพ์งาน พร้อมปรับพนักพิมพ์ 100-110องศา
3. จัดท่าให้ศอกตั้งฉากกับลำตัว โดยให้คีย์บอร์ดอยู่ระดับเดียวกับเมาส์ไม่วางไว้ต่ำกว่านั้น เช่น ในลิ้นชัก
4. ขาต้องตั้งฉากกับสะโพก โดยดูระดับความสูงของเก้าอี้ให้พอดี
5. มีที่วางพักเท้า เพื่อไม่ให้เท้าลอยขึ้นมาเวลานั่งทำงานนานๆ
สิ่งสำคัญคือ เวลาทำงานติดต่อกันไม่ควรให้เกิน 1-2 ชั่วโมง
และควรลุกเปลี่ยนท่าทางบ้าง อย่างน้อย 5-10 นาที
เนื่องจากในปัจจุบันนี้ คนจำนวนมาก นิยมใช้คอมพิวเตอร์ notebook กันมาก
ซึ่งการใช้งาน notebook ก็ต้องอาศัยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอาการ ออฟฟิศซินโดรม ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัติขณะนั่งทำงาน สำหรับผู้ที่ทำงานกับพวกโน๊ตบุ๊ค หรือเน็ตบุ๊คนั้น ให้จัดวางและทำท่านั่งตามขั้นตอนดังนี้
1. วางโน๊ตบุ๊คให้สูงขึ้นจากขอบโต๊ะ โดยให้จออยู่ระดับสายตา
2. หาเมาส์ และแป้นพิมพ์มาต่อเพิ่ม และพยายามปรับทุกอย่างให้มุมมอง
ท่าทางคล้ายกับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
3. ควรหาหมอนนุ่มๆ มาวางพักข้อมือ เมื่อทำงานติดต่อกันนานๆ
4. ไม่นอนเล่นโน๊ตบุ๊ค เพราะจะทำให้สายตาเสียได้
5. ไม่เล่นขณะที่แสงไฟไม่เพียงพอ หรือห้องมืดเกินไป
6. หากเล่นนานเกิน 1 ชั่วโมง ให้พักสายตาและข้อมืออยู่เสมอ
หากปฏิบัติตามขั้นตอนท่านั่งที่ถูกต้องแล้ว น่าจะทำให้อาการปวดหลัง ปวดตา
และนิ้วล็อกหายไป และห่างไกลจากอาการ ออฟฟิศ ซินโดรม
ในส่วนของวิธีป้องกันอื่นๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหานิ้วล็อค ปวดตา ยังคงมีอีก
แล้วเราจะนำมาให้คุณได้ติดตามกันในโอกาสต่อไป