บวบ มิตรแท้สำหรับคนรักผิว

บวบ คาดกันว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียเนื่องจากพบต้นที่มีลักษณะเป็นพืชป่าในบริเวณภาคตะวันออกเฉีย
งเหนือของประเทศอินเดีย และมีเขตการกระจายพันธุ์รวมถึงนิยมบริโภคกันมากในประเทศเขตร้อน เช่น ไทย จีน
ฮ่องกง และ อินเดีย โดย บวบ จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุเพียงปีเดียว
ชอบเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้อื่นหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ยอดอ่อนนุ่ม เถาหรือลำต้นเป็นเหลี่ยม
ตามข้อเถามีมือสำหรับใช้ยึดเกาะเป็นเส้นยาว บางทีแยกเป็นหลายแขนง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
ซึ่งด้วยความที่ บวบ เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุสั้นทำให้พืชผักชนิดนี้ทนแล้ง ทนฝนได้ดี โรคและแมลงไม่มารบกวน
เราจึงมักพบเห็นพรรณไม้ชนิดนี้ขึ้นตามที่รกร้าง ตามริมห้วย หนอง คลอง บึง โดยไม่จำเป็นต้องดูแลประคบประหงม
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ปัจจุบัน บวบ ไม่เป็นที่นิยมในการบริโภคมากเท่าไรนัก ทั้งที่ผลอ่อนมีเนื้อนุ่ม
ฉ่ำน้ำ และมีรสหวานใช้กินหรือใช้ประกอบอาหารได้หลายประเภท เช่น ต้ม แกง ผัด
หรือจิ้มกับน้ำพริกรับประทานนอกจากนี้ ใยผลของบวบสามารถนำมาใช้สระผมเพื่อช่วยรักษารังแคได้
หรือจะใช้ในการทำความสะอาดรถยนต์ เครื่องแก้ว เครื่องครัวไปจนถึงใช้ใส่ในหีบห่อเพื่อป้องกันการกระทบกระแทก
หรือใช้เป็นที่บุรองภายในหมวกเหล็กก็ยังได้เท่านั้นยังมีประโยชน์ไม่มากพอ เมื่อ บวบ
ถือเป็นพืชผักที่มีสรรพคุณทางยามากมาย โดยเฉพาะสาวๆที่รักผิว เพราะบวบที่แก่จัดจะมีเส้นใยจำนวนมาก
หลายคนจึงนิยมนำใยบวบหรือรังบวบมาใช้ขัดผิวระหว่างอาบน้ำขณะเดียวกันการศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นว่า ใยบวบ
เป็นแหล่งของสารไคทิน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการสมานแผลและแม้การศึกษาดังกล่าวจะแสดงถึงแนวโน้มที่ดีทางการรักษาผิว
หนังด้วยบวบ แต่เป็นเพียงการทดลองในสัตว์เท่านั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม
อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าสารอนุมูลอิสระเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคมะเร็ง
หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ซึ่ง บวบ ช่วยต้านอนุมุลอิสระได้ เพราะมีกรดพีคูมาริก, สารกลุ่มไดออสเมติน, สารกลุ่มเอพิเจนิน,
สารกลุ่มลูทีโอลินซึ่งล้วนเป็นสารที่มีประโยชน์และช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์ในร่างกาย
โดยการเลือกซื้อ บวบ มาทำอาหารให้อร่อยและไม่ขมนั้นให้ดูที่ขั้วผล ผลที่ดีจะต้องสดเป็นสีเขียว ผลต้องมีลักษณะยาวตรง
ผลไม่หักงอ ผลเป็นสีเขียวเข้ม และเหลี่ยมของผลต้องเป็นสันคมเลือกได้แบบนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
ส่วนการต้ม บวบ ให้มีรสหวานก็ไม่ต้องปอกเปลือกออกทั้งลูก
เพียงแต่ให้ปาดเฉพาะสันที่เป็นเหลี่ยมออกเท่านั้นแล้วนำไปประกอบอาหารได้เลย
เพราะนอกจากจะได้รสชาติที่หวานแล้วเปลือกของบวบที่เหลืออยู่ก็ยังช่วยลดการสูญเสียของสารอาหาร
สำคัญที่เสียไปกับการต้มลงได้ด้วย