ปรับสมดุลร่างกาย เอาชนะภัยร้ายในหน้าฝน

ฤดูฝน เป็นฤดูที่เชื้อไวรัสเติบโตได้ดีที่สุด ทางการแพทย์ถึงกับนิยามฤดูกาลนี้ว่า “ไวรัสราเริง” เพราะน้ำถือเป็นพาหะชั้นดีในการแพร่กระจายไวรัสไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มลพิษทางอากาศติดลบเข้าขั้นเลวร้าย

ดังนั้น เมื่อหน้าฝนย่างเข้ามา เราทุกคนจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับมือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพราะอุณหภูมิในร่างกายของคนเราอยู่ที่ 37 องศา แต่อากาศที่แปรเปลี่ยนในฤดูนี้จะทำให้สมดุลต่างๆ ปั่นป่วนไปหมด

สิ่งที่เราต้องทำคือการปรับสมดุลของร่างกายให้คงที่เสมอ เริ่มตั้งแต่ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1.5 ลิตร เพื่อให้สมดุลของอุณหภูมิในร่างกายคงที่ จะช่วยทำให้โอกาสการติดเชื้อลดลง แม้ฤดูฝนจะเป็นช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสเติบโตยาวนานก็ตาม

สอง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยควรนอนวันละ 6-8 ชั่วโมง หากเป็นผู้ที่นอนหลับได้ยาก ลองรับประทานกล้วยหอมก่อนนอน เพราะกล้วยหอมจะมีสารทริปโตเฟน ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับได้ง่ายขึ้น

สาม ควรออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้ขับของเสียออกจากร่างกาย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายวิธีหนึ่งด้วย เพราะหน้าฝนคนเรามักจะไม่ค่อยเสียเหงื่อ เนื่องจากอากาศชื้น การออกกำลังกายจะช่วยขับของเสียได้ดีขึ้น

สี่ ควรรับประทานอาหารจำพวกที่มีฤทธิ์ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา กระชาย เป็นต้น เพราะเป็นอาหารที่มีความเผ็ดร้อน เป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย กินทุกวันสุขภาพดีแน่นอน แถมราคาก็ไม่แพง

ห้า ขยับมาที่อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงรับประทานในหน้าฝน คือ อาหารที่มีฤทธิ์เย็น รสขม เพราะจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงมากกว่าเดิม ส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น หรือย่อยยากนั่นเอง

หก ไม่ควรอยู่ในที่อึดอัด เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ควรย้ายตัวเองไปอยู่ในที่อากาศแห้ง และถ่ายเทสะดวก เปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และทำตัวเป็นมนุษย์สะอาด ล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรม เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

เจ็ด ควรหาเวลาไปพักผ่อน เพื่อเพิ่มออกซิเจนบริสุทธิ์ให้กับร่างกาย เนื่องจากหน้าฝนอากาศมักไม่ปลอดโปร่ง ทำให้คนมีจิตใจหดหู่ซึมเศร้า กลายเป็นว่าป่วยแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น การออกไปท่องเที่ยวก็ช่วยให้ห่างไกลจากโรคได้นะเออ

แปด เสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ด้วยการรับประทานวิตามินซีเสริมวันละ 500-1,000 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซีมีขายตามร้านขายยาทั่วไป จะซื้อเป็นกระปุก เป็นห่อ แล้วแต่สะดวก เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ง่าย

เก้า ควรสวมใส่เสื้อผ้าสีสดใส เพื่อเติมพลังงานให้กับจิตใจ ใครจะไปคิดว่าแค่การปรับเปลี่ยนสีเสื้อผ้า ก็ทำให้อารมณ์คุณเปลี่ยนแล้ว ซึ่งหากจิตใจคุณเข้มแข็ง ร่างกายของคุณก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย

สิบ สุดท้าย นอกจากเตรียมความพร้อมของร่างกายแล้ว ควรเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ ทำจิตใจให้สงบนิ่ง ด้วยการนั่งสมาธิ เพื่อรับมือกับทุกสภาวะ อ่านบทสวดมนตร์ภาวนา ช่วยให้จิตใจผ่องใสไร้ความเครียด…

วิธีการดูเเลสุขภาพให้เเข็งเเรงควรทำอย่างไรบ้าง

การดูเเลรักษาร่างกายของคนเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าช่วงอายุเท่าไรก็ควรที่จะดูเเลร่างกายของเราให้ดี ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ควรที่จะประมาทในการรักษาร่างกายอย่างปล่อยร่างกายให้อ่อนแอ ต้องทำให้ตัวเองมีความเเข็งเเรงอยู่ตลอดเวลา

 

เเละการดูเเลรักษาร่างกายของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญ มีวิธีการมากมายที่จะดูเเลร่างกายของเราให้เเข็งเเรง ซึ่งทุกคนต่างต้องการที่จะมีร่างกายที่เเข็งเเรงสมบูรณ์เพื่อการใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสุข เเละมาดูกันว่าการทำให้ร่างกายของตัวเองมีความเเข็งเเรงนั้นควรทำอย่างไร

 

อย่างเเรกที่เลยคือ การออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยที่จะให้ร่างกายเเข็งเเรง คือการออกกำลังกาย เราต้องหาเวลาที่มาออกกำลังกายบ้าง เพื่อที่จะทำให้ร่างกายของเรามีการเผาผลานเพื่อที่จะทำให้ร่างกายเเข็งเเรง การทำให้เหงื่อออกนั้นจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น เเละการออกำลังกายมีประโยชน์หลายอย่างมากต่อร่างกายของเรา จะช่วยให้เราอารมณ์ดี เเละร่างกายเเข็งเเรงเเล้วก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคภัย

 

การดูเเลร่างกายให้เเข็งเเรงอีกอย่างหนึ่งคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เราต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่เพื่อที่จะทำให้เราได้รับโภชนาการที่ดี เมื่อเราทานอาหารที่มีประโยชน์เเล้วรับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นเลยว่า จะทำให้เรามีร่างกายที่เเข็งเเรงอย่างเเน่นอน เเละอยากให้เน้นไปที่การกินผักเพราะผักเป็นศูนย์รวมของสิ่งที่มีประโยชน์มากมากต่อร่างกายของคนเรา

 

งดการสูบบุหรี่หรือแอลกอฮอล สองสิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เราควรงดสูบบุหรี่เเละดื่มแอลกอฮอลเข้าสู่ร่างกาย หรือหากไม่สามารถหยุดได้ก็ควรที่จะเบาๆก็ได้ ซึ่งสองสิ่งนี้คือตัวการที่จะก่อให้เกิดโรคตามมามากมาย ซึ่งหากใครที่ยังสูบหรือดื่มมากๆหากเลิกได้ก็ควรเลิกเพื่อสุขภาพของเราเอง

 

เเละสุดท้ายนั้นเราต้องอารมณ์ดี การเป็นคนมีอารมณ์ดีนั้น จะทำให้ห่างไกลจากโรคภัยได้อย่างเเน่นอน เพราะทำให้ไม่เครียด เราต้องมองโลกในเเง่ดีเข้าไว้เมื่อมีปัญหาเข้ามาก็ไม่ต้องเครียดมากเราต้องค่อยๆหาวิธีเเก้ไขปัญหาให้หมดลงไป เเละไม่ต้องเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย มีความเอื่อเฟื่อเผื่อเเผ่เเก่คนรอบข้างทำให้ ทุกคนมีความสุขเมื่อได้เจอคุณ อย่างนี้จะทำให้เรามีความสุขเเละจะส่งผลไปถึงจิตรใจของเราด้วย หากใครสนใจก็ลองทำดูขอหัวเราะเเละยิ้มในทุกวันก็จะทำให้คุณเป็นคนที่มีสุขภาพที่เเข็งเเรงได้อย่างเเน่นอนเชื่อเถอะว่าอารมณ์ดีนั้นจะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้

 

เเละทั้งหมดนี้คือวิธีการรักษาร่างกายของเราให้มีสุขภาพเเข็งเเรง หากใครที่ทำตามเเล้วรับรองได้เลยว่าท่านจะมีสุขภาพที่ดีเพื่ออยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุขเเละอยู่ได้นานอย่างเเน่นอนเลยทีเดียว…